หลักการเลือกธุรกิจเครือข่ายที่มั่นคง กินตลอดชีวิต

สวัสดีครับเพื่อนๆ


ถึงบทนี้ทุกท่านคงมีคำถามอีกว่า “แล้วเราจะมีหลักการเลือกบริษัททำธุรกิจเครือข่ายอย่างไร” พิจารณาจากตรงไหนเพราะในโลกของธุรกิจเครือข่ายมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครือข่ายมากมายบทนี้ครับจะให้คำตอบที่ชัดเจนในการเลือกบริษัทที่ถูกต้อง และให้คุณทำธุรกิจเครือข่ายนี้อย่างมั่นคง  ยั่งยืนและมีอิสระทางการเงินและเวลาตลอดไป


          ก่อนอื่นผมมีความเป็นจริงเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายมาบอกทุกท่าน คุณเห็นด้วยกับความเป็นจริงข้อนี้ไหมครับ
“จากจำนวนนักธุรกิจเครือข่าย 100 คนจะมีผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจเครือข่ายเพียง 1 คนเท่านั้น”
          ก็คือเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วมีเพียง 1% เท่านั้นที่สำเร็จที่เหลืออีก 99%ล้มเหลวและออกไปจากธุรกิจเครือข่ายโดยมีทัศนคติทางลบ ที่ผมอธิบายมา ทุกท่านคงเห็นเป็นความจริงที่โหดร้ายมากเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อผมได้มาวิเคราะห์ดูแล้วจากประสบการณ์และจากผู้ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายจึงได้ข้อเท็จจริงดังนี้ครับ
        99% ล้มเหลวในเดือนแรก
          99% ทำเงินไม่ได้จากธุรกิจใน 3 เดือนแรก
          99% ทำการตลาดแบบผลักเงินออกไป ( อธิบายเพิ่มเติม :  การตลาดแบบผลักเงินออกไปคือ
READ MORE - หลักการเลือกธุรกิจเครือข่ายที่มั่นคง กินตลอดชีวิต

การสร้าง Blogger

สวัสดีครับเพื่อนๆ


Blog เป็นเครื่องมือสำหรับเขียนบันทึกเหตุการณ์ส่วนตัว ชื่อเต็มๆ มาจาก Weblog โดยคนที่เขียน blog เขาจะเรียกว่า blogger หรือ Weblogger ที่จริงแล้วจะเรียกชื่ออะไรคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเรามากนักเอาเป็นว่าให้พอรู้จักชื่อละกัน หากท้าวความย้อนกลับไปในอดีต คนที่จะทำเว็บไซต์ส่วนตัวจะต้องศึกษาเครื่องมือเขียนเว็บอย่าง HTML หรือหากจะให้ง่ายหน่อยก็ใช้ทูลสำเร็จรูปอย่าง Dreamweaver, Frontpage ในการสร้างเว็บขึ้นมา หลังจากสร้างเสร็จจะต้องไปขอพื้นที่เว็บฟรีเพื่ออัปโหลดข้อมูลในเครื่องเราขึ้นไปเก็บอีกทีหนึ่ง จึงจะมีเว็บของตัวเองได้

สำหรับ blog ไม่เป็นเช่นนั้นผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องนั่งเขียนโค้ด หรือนั่งสร้างเว็บเอง อีกทั้งไม่จำเป็นต้องไปขอพื้นที่เว็บฟรี ก็สามารถมีเว็บไว้บันทึกเหตุการณ์ส่วนตัวได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปลี่ยนรูปพื้นหลัง (template) ได้ด้วย ปัจจุบัน blog กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัททั้งเล็ก ใหญ่ต่างก็ทำเว็บบล็อกบริการในบริษัท เพื่อให้พนักงานเขียนบล็อกส่วนตัวได้

* โดยในเนื้อหาใน Blog นั้นจะส่วนประกอบสามส่วนคือ 1.หัวข้อ (Title) 2. เนื้อหา (Post หรือ Content) 3.วันที่เขียน (Date)

READ MORE - การสร้าง Blogger

(จ) S = System การวางระบบนำเข้ารายชื่อผู้มุ่งหวัง

สวัสดีครับเพื่อนๆ

     ในที่สุดเพื่อนๆ ก็มาถึงขั้นตอนของการทำระบบเพื่อนำรายชื่อผู้มุ่งหวังเข้ามาในระบบ ซึ่งระบบที่ผมจะอบรมให้กับเพื่อนๆ นี้เป็นระบบอัตโนมัติทั้งระบบ เพื่อนๆ แทบจะโทรไปหาผู้มุ่งหวังน้อยมากเนื่องจากระบบที่ผมจะอบรมนี้จะทำงานแทนเพื่อนๆ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่องทางในการนำรายชื่อเข้ามา  ติดตามสานสัมพันธ์กับผู้มุ่งหวัง จนกระทั่งผู้มุ่งหวังโทรมาสมัครกับเพื่อนๆ เอง

    แต่ของบอกไว้อย่างน่ะครับ แน่นอนความสำเร็จต้องมาจากความขยันและความพยายาม และการหาความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งที่ผมอบรมนี้เป็นการชี้ช่องทาง จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จขึ้นอยู่กับเพื่อนๆ ว่าจะมีความพยายาม และต่อเนื่องไปสู่เป้าหมายมากน้อยเพียงใด ตามบทที่แล้ว สิ่งที่จะทำให้เพื่อนๆ ไม่สามารถไปสู่เป้าหมายได้คือ "อย่า" และ "หยุด" สิ่งเดียวที่ทำให้เพื่อนๆ สำเร็จได้คือการนำคำสองคำนี้มารวมกันเป็น "อย่าหยุด" เท่านั้น




   เอาล่ะครับเมื่อพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยว่าเราจะวางระบบอะไร และสร้างอะไรบ้างน่ะครับ

READ MORE - (จ) S = System การวางระบบนำเข้ารายชื่อผู้มุ่งหวัง

กระตุ้นแรงใจในการก้าวไปสู่เป้าหมายข้างหน้า เป็นกำลังให้ทุกคนครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ

     เผอิญผมพบข้อความบางประการเหมาะมากสำหรับกระตุ้นแรงใจเพื่อให้ไปสู่จุดมุ่งหมายของชีวิต ผมว่ามีประโยชน์กับเพื่อนๆ แน่นอน ดูเลยครับผมว่าเพื่อนๆ อ่านแล้วจะมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะ สู้เว้ย! เพื่อความมั่งคั่ง เพื่อครอบครับ และความฝันที่กำลังเป็นจริง


     ที่คุณเป็นอยู่มันเป็นแรงผลักทางด้านลบมันทำให้คุณโมโหหน้ามืดจนไม่กลัวอะไร ความกลัวความลำบาก ความกลัวการเปลี่ยนแปลง ความกลัวล้มเหลว ของคุณจะลดลงมากทำให้คุณก็จะรู้สึกกระตือลือล้น มุ่งมั่นขึ้นมาได้ซักพักนึง แต่ข้อเสียของมันก็คือไม่รู้ว่ามันจะผลักคุณไปในทิศทางไหนอาจจะดีหรือไม่ดี ก็ได้ พอคุณหายโมโห หายน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกสิ่งก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง คุณจะกลับมากลัวโน่นกลัวนี่เหมือนเดิม คุณจะขี้เกียจ คุณจะมีข้ออ้างเสมอสำหรับการที่จะไม่ลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า
แต่ถ้าหากคุณใช้แรงดึงทางด้านบวกแทน นั่นก็คือ เป้าหมายที่เป็นความสุขในชีวิตของคุณเป็นตัวดีงให้คุณลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า ด้วยการตั้งเป้าหมายที่เป็นความสุขในชีวิตของคุณแล้วคิดถึงมันทุกๆวัน บอกตัวเองว่าคุณต้องการความสุขอันนี้มาก ความต้องการของคุณจะมีความแรงความเข้มข้นเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ด้วยการเติมความต้องการของคุณทุกๆวัน เมื่อแรงดึงมีมากพอคุณจะเริ่มกระตือลือล้น มุ่งมั่นพยายาม เท่านั้นยังไม่พอ คุณจะต้องลดแรงเสียดทานที่จะทำให้คุณไม่กล้าลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า มันคือความกลัว

     หากคุณสามารถลดความกลัวของคุณจนถึงขั้น Fearless ได้ คุณจะรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าคุณได้ไปถึงเป้าหมายที่เป็นความสุขในชีวิตของคุณนั้นแล้ว คุณจะรู้สึกเป็นอิสระ คุณจะพุ่งสู่เป้าหมายของคุณโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้นอีกต่อไป...



      ฉะนั้นครับเพื่อนๆ สองคำที่จะหยุดยั้งเราไ่ม่ให้ไปสู่เป้าหมายคือ "อย่า" และ "หยุด"

      เช่นกันหากจำสำเร็จต้องนำสองนี้มาร่วมกันเป็น " อย่าหยุด "

    

         การที่คนเราจะมุ่งมั่นกระตือลือล้นพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อที่จะให้ประสบ ความสำเร็จในเป้าหมายที่เราวางไว้ ก่อนอื่นเลยครับเป้าหมายคุณต้องชัดเจน คุณต้องกำหนดเป้าหมายสูงสุดที่คุณต้องการ เขียนมันออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วก็อ่านมันทุกๆวัน ตั้งแต่วันที่คุณเริ่มออกเดินทางไปสู่เป้าหมายสูงสุดของคุณ อาจจะเป็นเดือนเป็นปี คุณก็ต้องอ่านมันทุกวัน เพื่อให้คุณจดจำเป้าหมายสูงสุดของคุณได้ตลอดเวลา ในทางปฎิบัติมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปคนเรามักลดความสนใจในสิ่งที่เคยตั้งใจเอาไว้ และเพื่อให้เราจดจำมันได้คุณต้องอ่านมันทุกๆวันจนกว่าคุณจะเดินทางไปถึงเป้า หมายของคุณ ประการที่สองจัดการกับความกลัวในจิตใจของคุณ สิ่งที่ขวางกั้นไม่ให้คุณพบกับความสำเร็จได้มากที่สุดไม่ใช่อะไรอื่นมันคือ ความกลัวในใจคุณนั่นเอง ในขณะที่คุณมองเห็นเป้าหมายอยู่ไกลๆ ใจของคุณอยากที่จะเดินทางไปถึงมัน แต่อุปสรรคที่ขวางหน้ามีอยู่มากมายเหลือเกิน หลายๆคนแค่เห็นอุปสรรคก็ท้อซะแล้ว ใจมันคิดไปต่างๆนานา เช่น -ยากจริงโอกาสสำเร็จแทบไม่มีเลย ถอยดีกว่า - นี่ถ้าทำไปแล้วไม่สำเร็จขาดทุนบานเลยเงินที่อุตส่าห์สะสมมาก็หายหมดซิ ไม่เอาดีกว่า -ถ้าเราเข้าไปจีบเธอแล้วเธอจะดูถูกเราว่าไม่เจียมหรือไม่น้า เอาไว้ก่อนแล้วกัน อุปสรรคระหว่างการเดินทางมันมีมากมายหลายรูปแบบรวมทั้งความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ บางคนล้มเหลวทีเดียวก็กลัวจนไม่กล้าทำอะไร ไม่กล้าก้าวไปไหน ล้มแล้วไม่ลุก ไม่กล้าลุกขึ้นสู้อีกต่อไป ถ้าคุณจัดการกับความกลัวในใจของคุณได้ คุณจะล้มซักกี่ทีคุณก็ไม่กลัวที่จะก้าวต่อไป คุณจะลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอ คุณจะมองข้ามความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ ความยากลำบาก ที่คุณจะต้องเจอระหว่างทางที่จะต้องเดินไปถึงเป้าหมายของคุณ ทุกครั้งที่คุณล้มคุณจะไม่โอดครวญ พร่ำบ่น เป็นทุกข์เศร้าเสียใจ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยทำให้คุณกลัว คุณจะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ทุกครั้ง และทุกครั้งที่คุณลุกขึ้นมาใหม่คุณจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ รอบคอบขึ้นเรื่อยๆ และระมัดระวังขึ้นเรื่อยๆ และคุณจะพบกับความสำเร็จในที่สุด ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ “ อย่าละสายตาจากเป้าหมายของคุณ ลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า กล้าล้มเหลว ”



ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนก้าวไปสู่ความฝันที่เป็นจริง
READ MORE - กระตุ้นแรงใจในการก้าวไปสู่เป้าหมายข้างหน้า เป็นกำลังให้ทุกคนครับ

เพื่อนๆ ล้มเหลวมากเหมือนคนผู้นี้หรือยัง ถึงคิดยอมแพ้

สวัสดีครับเพื่อนๆ

   เพื่อนๆ ของอ่านและเดาดูสิครับว่าบุคคลที่ล้มเหลว และต่อมาสำเร็จคนนี้เป็นใคร ที่เสนอเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังท้อแท้ เนื่องมาจากความล้มเหลว อ่านชีวิตของคนผู้นี้ดูแล้ว เพื่อนๆ จะคิดว่าความล้มเหลวของเพื่อนๆ น่ะนิดเดียวเอง


ชายผู้นี้เป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่อายุได้ 6 ขวบ เขาเป็นลูกคนโตมีพี่น้องทั้งหมดสามคน แม่ผู้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลลูกก็มีฐานะยากจนต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดู ลูกไปตามสภาพ เขาเรียนหนังสือได้จนถึงอายุ 16 ปี ก็ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เขาต้องทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีการต่างๆ เขาล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าจนแทบตั้งตัวไม่ติด ตอนอายุ 17 ปี เขาแสดงความสามารถพิเศษด้วยการตกงานติดต่อกันถึง 4 ครั้ง ตอนอายุ 18 ปี เขาได้แต่งงานและมีครอบครัวมีลูกสาวที่น่ารักอีกหนึ่งคนในปีถัดมา แต่ความสุขก็อยู่กับเขาได้ไม่นาน ความไม่ได้เรื่องของเขาในการดำเนินชีวิตของเขา ทำให้ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากต้องหอบเอาลูกสาวหนีไป เพราะไม่สามารถที่จะอดทนใช้ชีวิตอยู่กับความไม่เอาไหนของเขาได้อีกต่อไป ในขณะที่เขามีครอบครัวเขาได้ทำงานเป็นพนักงานขายตั๋วรถไฟเขาก็ล้มเหลว แต่เขาก็พยายามต่อสู้กับชีวิตของเขา ด้วยการแสวงหาโอกาสดีๆให้กับตัวเอง แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็ไม่วายล้มเหลวเหมือนเดิม เขาพยายามสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพแต่ก็ถูกขับออกจากทหารในที่สุด หรือแม้กระทั่งสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนกฎหมายก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่เป็นท่า ชีวิตของเขา.....ล้มเหลวแล้วล้มเหลวอีกกับความไม่เอาไหนของเขา ในที่สุดเขาก็ไปทำงานเป็นพนักงานขายประกัน คุณคิดว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป “ล้มเหลวไม่เป็นท่าอีกครั้ง”

แค่เริ่มต้นกับชีวิตของชายคนนี้ มันก็คงจะมองไม่เห็นอะไรดีสักอย่าง การงานก็ล้มเหลว ครอบครัวก็แตกแยก แล้วเขาจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร คุณก็คงคิดเหมือนผมว่า ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง ก็อย่างว่าแหละ คนเรามันจะดีไปเสียหมดทุกเรื่องมันก็ไม่มี คนเราจะแย่ไปเสียหมดทุกอย่างมันก็ไม่ใช่ สิ่งหนึ่งที่ชายคนนี้ค้นพบ เขาพบว่า สิ่งที่เขาพอจะทำได้ดีก็คือ การทำอาหาร ดังนั้นเขาจึงไปสมัครงานเป็นพ่อครัวในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่นั่นก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่จะมีคุณค่าอะไรเลยกับการดำรงชีวิตของเขา

ชีวิต ของเขาดำเนินต่อไปอย่างง่ายๆ ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งนั้น เขาไม่เคยคิดถึงอนาคตของเขา เขาไม่เคยคิดที่จะทำอะไรให้กับชีวิตที่มันดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาเอาเวลาทั้งหมดที่ว่างจากงานเฝ้าครุ่นคิดถึงแต่ภรรยาและลูก เขาไม่ได้คิดเลยว่า..... เพราะความไม่เอาไหนของเขาเองต่างหากที่ทำให้ภรรยาและลูกของเขาต้องจากไปจาก ครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นมา เขาเพียรพยายามติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย เขายังคงเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องภรรยาและลูกสาวที่น่ารักของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง แล้วความคิดของเขาก็ตกผลึก เขาไม่ต้องการภรรยาอีกต่อไป เขาต้องการลูกสาวที่น่ารักของเขากลับคืนมาให้จงได้ ด้วยความคิดถึงลูกสาวอย่างเป็นที่สุด ก็ทำให้เขาคิดเลยเถิดไปถึงการลักพาตัวลูกสาวของเขาเอง เขาใช้เวลาว่างทั้งหมดที่ว่างจากงาน ครุ่นคิดและวางแผนไปสู่ทุกขั้นตอนที่จะลักพาตัวลูกสาวเขาอย่างไร เขาคิดทุกย่างทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ที่จะลักพาตัวลูกสาวอันแสนน่ารักของเขากลับมาสู่อ้อมกอดของเขาให้จงได้ ในที่สุดแผนการอันยาวนานก็พร้อมที่จะดำเนินการ ชายผู้นี้ด้วยวัยอันน้อยนิดยังอยู่ในวัยรุ่นเสียด้วยซ้ำ ก็เริ่มลงมือปฏิบัติการทันที เขาเฝ้าซุ่มตัวอยู่เงียบๆในพุ่มไม้ นอกบ้านของภรรยาของเขา เขาเฝ้ามองลูกสาวเล่นอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน อยู่ด้วยความสงบและเตรียมพร้อมที่จะลงมือลักพาตัว ถ้าลูกสาวเขาออกมาวิ่งเล่นในสนามหน้าบ้านเหมือนอย่างทุกวัน ที่เขามาแอบดู เขารู้สึกกังวล ตื่นเต้นทุกลมหายใจเข้าออก เขากำลังจะเป็น “อาชญากร” แค่นั่นมันก็เทียบไม่ได้กับความรักที่เขามีให้กับลูกสาวที่น่ารักของเขา อย่างสุดหัวใจ เขาเฝ้ารออย่างเงียบๆด้วยใจที่เต้นอย่างระทึกอยู่หลังพุ่มไม้ วันนี้ไม่ว่าจะต้องให้เฝ้ารออีกนานเท่าใด เขาก็จะทำให้สำเร็จให้จงได้ แต่โอ้อนิจจา..........วันนั้นลูกสาวของเขาไม่ออกมาเล่นที่สนามหน้าบ้านเลย

คุณ ลองนึกดูแม้กระทั่งความพยายามในการที่จะก่ออาชญากรรม เขาก็ยังล้มเหลว เขารู้สึกเหมือนคนที่พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา เหมือนกับชีวิตเขาถูกกำหนดมาเช่นนั้น รู้สึกเหมือนคนไม่มีค่า และเหมือนเพราะพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่า เขาจะต้องอยู่เพียงลำพังไปตลอดชีวิตกับความล้มเหลวซ้ำซาก แต่ในที่สุดเหมือนปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับเขา เขาสามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้พร้อมกับลูกสาวที่น่ารักของ เขาได้ พวกเขาก็ได้ทำงานอยู่ด้วยกันในร้านกาแฟแห่งนั้น ทำอาหารและล้างจานอยู่จนกระทั่งเขาแก่เฒ่าเกษียณตอนอายุ 65 ปี แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบลงแค่นี้ วันแรกของการเกษียณอายุ เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกของเขาจากรัฐบาล เป็นจำนวนเงิน 105 ดอลลาร์ เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจเลยแม้สักน้อย เงินที่ได้รับมันน้อยกว่าค่าจ้างที่เขาเคยได้รับในการทำงานในร้านกาแฟเสีย อีก ชีวิตเขาและภรรยาจะอยู่ได้ต่อไปอย่างไร เพราะเขาไม่มีเงินเก็บพอที่จะอยู่อย่างสุขสบายในวัยชรา เช็คฉบับดังกล่าวเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐที่ฝากมาบอกเขาว่า เขาไม่อาจจะดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้วทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือใช้ชีวิตของ เขาอยู่ไปวันๆจนกระทั่งวาระสุดท้าย ของชีวิตด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาล มันดังกึกก้องอยู่ในใจเขาตลอดเวลา เหมือกับว่า ความล้มเหลวกำลังจะมาเยือนเขาอีกครั้ง และนี่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกถูกปฏิเสธ ล้มเหลวและท้อแท้ ชีวิตของเขาได้รับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่งจนแทบตั้งตัวไม่ติดหลังจาก 65 ปีอันแสนยาวนาน กับความอ่อนล้าและอ่อนแรงเต็มที เขาบอกกับตัวเองว่า...... “ถ้ำเขาดูแลตัวเองไม่ได้ และต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแลแบบตามมีตามเกิด เขาก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป” เขาครุ่นคิดอยู่นานจนในที่สุดตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า........ “จะฆ่าตัวตาย”

ความอ่อนแรงและอ่อนล้าดูเหมือนจะซ้ำเติมชีวิต เขาอย่างไม่ยอมลามือง่ายๆ เขาท้อแท้หมดหวังจนถึงที่สุด ในที่สุดเขาก็หยิบเอากระดาษหนึ่งแผ่นพร้อมกับดินสอ เดินออกไปในสวนหลังบ้าน นั่งลงใต้ต้นไม้อย่างสงบ ตั้งใจที่จะเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรมเป็นครั้งสุดท้าย เขานั่งถอนใจอยู่สักพัก ทอดสายตามองออกไปแบบเลื่อนลอยและสิ้นหวัง

ขณะ ที่ปล่อยให้ความคิดที่จะเขียนคำสั่งเสียออกมานั้นดำเนินไปอย่างช้าๆ กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ เป็นครั้งแรกที่ชีวิตที่ทำให้เขาเกิดปัญญา

แทน ที่เขาจะเขียนคำสั่งเสียตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก เขากลับเริ่มต้นเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น สิ่งที่ชีวิตที่เขาควรจะมี และสิ่งที่เขาพึงปรารถนาในช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่ เขาตกใจมากและรู้สึกประหลาดใจอย่างไรบอกไม่ถูก เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่าเขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับ เขาเลยสักอย่าง!

เขานั่งครุ่นคิดและพิจารณาวิเคราะห์กับตัว เองอย่างจริงจังอยู่นาน มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้และทำได้ดี บางอย่างที่คนที่รอบตัวทำสู้เขาไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาค้นพบคำตอบในชีวิตเขาแล้ว ใช่! เขาตอบตัวเองอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและพลัง.....“เขารู้วิธี การปรุงอาหารเป็นอย่างดี” ชีวิตเกือบทั้งหมดของเขาอยู่ที่หน้าเตาร้อนๆมาเกือบตลอดชีวิต เขาตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้งด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมอย่างไม่เคยรู้สึกมา ก่อน แล้วในที่สุด เขาก็เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อที่ทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความ สำเร็จ เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ถ้าเขาจะตายเขาก็อยากจะตายในแบบที่ได้ลองพยายามเป็นใครสักคนที่เขาอยากจะ เป็น นั่นก็หมายถึง ความสำเร็จในชีวิตที่ใครหลายๆคนพึงปรารถนา และทำในบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่อันน้อยนิดของเขา ด้วยวัยชราที่อายุปาเข้าไป 65 ปี ไม่ใช่อุปสรรคที่จะมาขวางกั้นเขาได้เลย เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาลุกขึ้นจากโคนต้นไม้ในสวนหลังบ้าน มุ่งหน้าที่จะไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงินจำนวน 87 ดอลลาร์ จากเช็คประกันสังคมฉบับต่อไปของเขา ด้วยเงิน 87 ดอลลาร์นั้น เขาซื้อกล่องเปล่าและไก่จำนวนหนึ่ง จากนั้นเขาก็กลับไปที่บ้าน และลงมือทอดไก่ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นมันขึ้นมาในช่วงหลายปี ที่ทำงานที่ร้านกาแฟแห่งนั้น เขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาแบง่ายๆ ตามบ้านต่างๆ ในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ของเขา

แล้วชายชราที่ขายไก่ทอด อายุ 65 ปี ที่ใครบางคนก็คิดว่าเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง คนนั้นก็กลายมาเป็นผู้พันแซนเดอร์ส ราชาผู้เป็นที่รักของอาณาจักร Kentucky Fried Chicken หรือที่เรารู้จักกันในนาม KFC นั่นเอง
 



ตอนเขา อายุ 65 ปี เขาเป็นเหมือนตัวแทนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต แต่ในวัย 85 ปี เขาก็กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีผู้คนให้เกียรติเขาทั่วประเทศ

เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของ ผู้พันแซนเดอร์สเป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จที่ได้รับคำยกย่องจาก ผู้คนทั่วโลก แต่จะมีใครจะรู้บ้างไหมว่า หากที่ใต้ต้นไม้วันนั้น ผู้พันแซนเดอร์สได้ทำตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก ตำนานของไก่ทอดที่เลื่องลือไปทั่วโลกก็อย่าง KFC คงจะไม่มีให้เราได้เห็นกันทุกวันนี้ จริงอย่างที่คำกล่าวที่ว่า “ความสำเร็จกับความล้มเหลวห่างกันเพียงแค่พลิกฝ่ามือ” มันอยู่ที่ว่า คุณเลือกที่จะ.. “ล้มเหลวแต่ไม่ล้มเลิก” หรือ “ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

สำหรับผู้พันแซนเดอร์ส นั้น 65 ปี ของชีวิตที่ล้มเหลว เทียบคุณค่าอะไรไม่ได้เลยกับ 20 ปีแห่งความสำเร็จที่เขาได้รับ

แล้วชีวิตของคุณหละ ล้มเหลวมากพอหรือยัง ?


แด่ความล้มเหลวที่เป็นบทเรียนทำให้คุณแข็งแกร่งพร้อมลุกสู้ของคุณ
READ MORE - เพื่อนๆ ล้มเหลวมากเหมือนคนผู้นี้หรือยัง ถึงคิดยอมแพ้

เคล็ดลับความมั่งคั่งร่ำรวย ทำได้รวยแน่นอน ต่างประเทศใช้ได้ผลมาแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ

วันนี้ผมมีเคล็ดลับความมั่งคั่งร่ำรวย ทำได้รวยแน่นอน ต่างประเทศใช้ได้ผลมาแล้ว มาฝากครับเริ่มกันเลย



1.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับความเชื่อในจิตใต้สำนึก : "เราจะมีรายได้เท่ากับที่เราเชื่อว่าเราสามารถทำได้"

2.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับความปราถนาอย่างแรงกล้า : "ถ้าเรายังไม่รวยยังไม่มีชีวิตในแบบที่ต้องการนั่นเป็นเพราะเรายังไม่มีความ ปราถนาอย่างแรงกล้า เมื่อเรามีความปราถนาอย่างแรงกล้า เราจะทำทุกอย่างในสิ่งที่ถูกต้องในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้มั่งคั่งร่ำ รวย"

3.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับการมีเป้าหมายที่ชัดเจน : "เราต้องสามารถระบุรายละเอียดของเป้าหมายที่ต้องการ เราต้องการอะไร เมื่อไหร่ และทำไมเราจึงต้องการมัน"

4.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับการวางแผนอย่างเป็นระบบ : "เราต้องวางแผนอย่างมีระบบเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้"

5.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน : "เราต้องสามารถนำความรู้ที่จำเป็นต้องรู้มาใช้อย่างชาญฉลาดสำหรับการวางแผนและการลงมือทำสู่ความสำเร็จ"

6.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับความเพียรพยายาม : "ความสำเร็จเกิดจากความเพียรพยายามผ่านความล้มเหลวหลายๆครั้ง และมีกำลังใจที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องใหม่เพื่อความสำเร็จเสมอ"

7.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับการควบคุมค่าใช้จ่าย : " เราสามารถร่ำรวยได้ด้วยการ ใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ พยายามสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และนำเงินส่วนหนึ่งอย่างน้อย 10% ไปออมและลงทุนให้เงินทำงานแทนเรา"

8.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับความถูกต้องซื่อสัตย์ : "เราต้องสร้างความร่ำรวยด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้อื่นทั้งความคิด คำพูดและการกระทำของเราให้ถูกกฎหมายและศีลธรรมจรรยา"

9.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับศรัทธา : "เราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองและทำมีความศรัทธามีความกล้าหาญ ลงมือทำราวกับว่าเราสามารถทำสำเร็จเสมอ"

10.ความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นกับการให้การเสียสละ : "เราควรเสียสละ 10%ของรายได้เพื่อการทำบุญกุศลช่วยเหลือผู้อื่น การให้จะทำให้เราได้รับกลับคืนมาหลายเท่า ยิ่งให้ยิ่งได้" อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง


"เงินเดือนคือรายได้เลี้ยงชีวิต ไม่ใช่รายได้สร้างชีวิต"
คำคมจากพี่ร่วมธุรกิจที่ผมเคารพครับ ขอบคุณพี่มากครับ



แด่ความมั่งคั่งร่ำรวยที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณ
READ MORE - เคล็ดลับความมั่งคั่งร่ำรวย ทำได้รวยแน่นอน ต่างประเทศใช้ได้ผลมาแล้ว

(ง) P = Purpose (ความมุ่งหมาย เป้าหมายของคุณ)

สวัสดีครับเพื่อนๆ

        มาถึงตัว P = Purpose ซึ่งก็คือเป้าหมายและจุดมุ่งหมายของเพื่อนๆ นั่นเองครับคงปฏิเสธไม่ได้เลยน่ะครับว่าเมื่อเราจะทำอะไรแล้ว และเราไม่มีจุดมุ่งหมายเราก็เหมือนคงล่องลอย ไม่รู้อนาคตของตัวเอง
แต่เมื่อใดแล้ว เมื่อเรามีเป้าหมายและ พุ่งชนมัน เราจะมีความมุ่งมันในการทำมันให้เป็นความจริง ก็ตาม
โฆษณาล่ะครับที่เขาบอกว่า  " เป้าหมายมีไว้พุ่งชน "

        ดังนั้นผมจึงบรรจุ P ซึ่งก็คือเป้าหมายและเป้าประสงค์ในหลักสูตรนี้ด้วย เพื่อให้เพื่อนๆ ทำมันอย่างมีแรงจูงใจไม่ใช่ทำมันและ ไม่รู้ว่าอนาคตของเพื่อนๆ ที่จะพบนั้นคืออะไร

        โชคดีครับผมได้เจอวิธีการทำเป้าหมายให้เป็นความจริงจาก ปรมาจารย์ด้านกฎสู่ความสำเร็จมาซึ่งผมนำมาใช้แล้ว มันมีพลังอย่างน่าประหลาดใจมาก และทุกสิ่งที่ดีๆ เข้ามาในชีวิตผมมากมาย เพื่อนๆ อาจจะไม่ค่อยรู้จัก หรือบางคนอาจจะรู้จักคุณ Jack Canfield น่ะครับ เขาพลิกชีวิตจากเด็กที่ไม่มีเป้าหมายอะไรเลย จนปัจจุบันเป็นเศรษฐีพันล้านได้อย่างไร วิธีเขาผมจะลำดับให้เพื่อนๆ เพื่อให้เพื่อนๆ ง่ายต่อการปฏิบัติครับผม




         1. อันดับแรกให้เพื่อนๆ กำหนดเป้าหมายที่เพื่อนๆ ต้องการยกตัวอย่างเช่น ต้องการรถหรู กำหนดแค่นี้ไม่พอเพื่อนๆ ต้องวาดภาพในสมองด้วยว่า ต้องการรถยี่ห้อใด รุ่นอะไร สีอะไร ลักษณะทั้งหมดของรถเป็นอย่างไร สี่ประตู หรือ 2 ประตู  และกำหนดวันที่จะได้ครอบครองด้วยว่า วัน เดือน ปีอะไร ดังตัวอย่างนี้ครับผม

READ MORE - (ง) P = Purpose (ความมุ่งหมาย เป้าหมายของคุณ)

ความจริงอันปวดร้าวเกี่ยวกับการทำธุรกิจเครือข่าย

สวัสดีครับเพื่อนๆ

      ก่อนเริ่มรายละเอียดเนื้อหาของหลัก UPSPECT ผมขอพูดถึงความจริงอันปวดร้าวของการทำธุรกิจเครือข่ายให้ทราบก่อนซึ่งเพื่อนๆ และผมเคยพบเจอมาในการทำธุรกิจ หรือเพื่อนๆ ที่กำลังจะเริ่มทำควรจะทราบไว้ก่อนเริ่มทำธุรกิจครับ
 
      เพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจเครือข่ายหรือเคยทำธุรกิจเครือขายและเลิกทำไปแล้ว และรวมถึงตัวของผมเองคงเคยใช้วิธีการเหล่านี้ ตามที่ Up Line สอนน่ะครับ

       1. หารายชื่อผู้มุ่งหวังโดยเริ่มจากญาติ พี่น้อง พ่อแม่ และเพื่อนๆ ก่อนให้ได้อย่างน้อยสัก 20 - 50 คนหนักหน่อย 100 รายชื่อ
       2. โทรศัพท์หารายชื่อผู้มุ่งหวังเหล่านั้น โอโหหมดค่าโทรศัพท์เป็นพันเป็นหมื่น
       3. เมื่อโทรไปถูกปฏิเสธบ้าง ถูกเกลียดบ้าง เพื่อนเลิกคบไปเลยไม่อยากเห็นหน้าก็มี
       4. ยังไม่พอหากหารายชื่อไม่ได้ ทาง Up Line ก็ขอให้คุณซื้อรายชื่อจากเขารายละ 100 บาทบ้างละ ชุดละ 1,000 บาทบ้างล่ะ รายชื่อที่ได้มา เป็นเด็กอายุ 10 ขวบบ้าง  15 ขวบบ้าง คนแก่อายุ 75 บ้างล่ะ ผมเคยเจอมาแล้วครับ
       5. เสียค่าน้ำมันเป็นจำนวนมากในการหาผู้มุ่งหวัง

       เป็นอย่างไรบ้างครับเอาพอหอมปากหอมคอยังไม่หมดน่ะครับเพราะที่พูดมานี้ก็หมดเงินไปหลายหมื่นหลายแสนแล้ว ยังไม่รวมการรักษายอดต่อเดือนที่ต้องรักษาอีกน่ะ เนี่ย

       เพราะอะไรถึงล้มเหลวกับวิธีเดิมเพื่อนๆ รู้ไหม

READ MORE - ความจริงอันปวดร้าวเกี่ยวกับการทำธุรกิจเครือข่าย

(ค2) U = Understand ภาค 3 ประเมินตัวเองว่าเป็นผู้นำหรือปล่าว?

สวัสดีครับเพื่อนๆ

    จากบทความที่ผ่านมาเพื่อนๆ คงเห็นแล้วว่าความเป็นผู้นำนั้นสำคัญต่อการทำธุรกิจเครือข่ายขนาดไหน แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับเป็นผู้นำหรือปล่าวผู้นำตามหลักทางจิตวิทยาแล้วแบ่งออกเป็น 3 แบบครับ
คือ 1.Alpha =  เป็นผู้นำที่แท้จริง เจ๋งเป้ง
     2. Pre - Alpha = ผู้ที่กำลังพัฒนาตนเองและเป็นผู้นำที่เจ๋งเป้งในอนาคต
     3. Beta = เป็นผู้ตามอยู่ยังไม่ไปไหน ใครบอกให้ไปไหนก็ไป เป็นต้น

    ผู้นำที่เป็น Alpha จะสามารถดึงดูดคนประเภท Pre - Alpha และ Beta ไ้ด้อย่างอยู่หมัดเลยทีเดียวประมาณว่า Alpha จะไปไหนก็ไปตามกัน เพราะว่าอะไรนั่นหรือครับ เพราะเขาเชื่อว่าถ้าตามบุคคลที่เป็นแบบ Alpha ไปจะปลอดภัยก็คือตรงกับหลักจิตวิทยาที่ว่า "กลัวความเจ็บปวดไงครับ"



    ผู้นำนั้นครับเพื่อนๆ จะรู้สึกเต็มตลอดเวลา คือ ไม่ขาดแคลน เปรียบเทียบกับสวนที่มีผลไม้เต็มต้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อนๆสังเกตุคนที่มาขายของ หรือโทรมาให้สมัครสมาชิกหากติดต่อตามตื้ออยู่อย่างนั้นแสดงว่าบุคคลนั้นเป็นคนขาดแคลน กลับกลายเป็นความรำคาญไปซ่ะงั้นๆ

READ MORE - (ค2) U = Understand ภาค 3 ประเมินตัวเองว่าเป็นผู้นำหรือปล่าว?

ค้นหาโดย Google

Custom Search