แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ (4) บทความอันมีค่าที่ให้กำลังใจคุณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ (4) บทความอันมีค่าที่ให้กำลังใจคุณ แสดงบทความทั้งหมด

คุณจะเกษียณอายุ 60 ปี หรือจะเกษียณภายใน 3 ปี


" เกษียณอายุ "

     เมื่่อคุณเห็นคำนี้ คุณอาจจะนึกไปถึงการพักผ่อน เมื่อถึงวัย 60 ปี  และได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสงบสุขโดยปราศจากสิ่งรบกวนใดๆ  ถือได้ว่าเป็นวัยในบั้นปลายของการอยู่อย่างสงบสุข

      ใช่ครับนั่นคือ ความหมายของคนโดยทั่วไปที่คิดกัน และกว่า 90% คิดเช่นนี้ครับ

      " เราต้องขยันตั้งใจทำงานที่มีอยู่อย่าเต็มที่เมื่อถึงวัยเกษียณแล้วจะได้มีเงินทองไว้ใช้ในบั้นปลาย"
     
      " เราต้องทุ่มเททำงานทั้งกายและใจ เมื่อถึงวัย 60ปี จะได้มีคนคิดถึงเรา "

      " ไม่ต้องห่วงทำงานไปเรื่อยๆ เก็บเงินไปเรื่อยๆ พอถึงวัยเกษียณ 60 ปีก็สบายแล้ว "

      " ทนๆ ไปเถอะ วัยอย่างเรานี่ก็มีอายุแล้ว อดทนทำไปแป็บเดียวเดี๋ยวก็เกษียณแล้ว "

    และผมก็เชื่อว่าคุณ ก็อาจจมีความคิดเหล่านี้แล่นเข้ามาในช่วงจังหวะ เวลาหรือยึดถือเป็นคติประจำใจไว้เลย จริงไหมครับ!
READ MORE - คุณจะเกษียณอายุ 60 ปี หรือจะเกษียณภายใน 3 ปี

คิดถึงแต่ชัยชนะเท่านั้น

สวัสดีครับเพื่อนๆ

      วันนี้ผมมี Music Video ที่ผมดูแล้วปลุกพลังใจพลังกายในตัวผมมากในการทำธุรกิจเครือข่าย หรือทำอะไรก็ตามใสชีวิตเป็นบทเพลงที่ชื่อว่า " ชัยชนะ " ซึ่งคุณป๊อด โมเดิร์นด็อก ร้องคู่กับคุณ สันติ

      ผมเชื่อว่าเพลงนี้จะปลุกเร้าอารมณ์ของคุณไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ไม่ให้ล้มเลิกง่ายๆ เมื่อนั้นชัยชนะจะก้าวเข้ามาหาคุณเอง  คงเหลือคนที่ยอมแพ้เท่านั้นที่ไม่อาจก้าวสู่ชัยชนะและยังคงเป็นเพียงแค่ความฝันต่อไป



>>>>>>>>จงล้ม 8 ครั้ง และลุกขึ้น 9 ครั้ง
                  
                    ความสำเร็จความฝันที่เป็นจริงมีไว้สำหรับผู้ที่ไม่ยอมแพ้

                    ล้มแล้วจงลุกขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าเราทำได้ด้วยตัวเรา

                    เวทีแห่งชีวิต เป็นเวทีแห่งนักสู้ไม่มีผู้ชนะ ผู้สำเร็จใด ที่มาจากการไม่ได้ต่อสู้

                    การต่อสู้ที่ได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การชนะตัวเอง

                    " อย่าหยุดจนกว่าความฝัน และเป้าหมายจะเป็นจริงเท่านั้น "


แด่ความสำเร็จที่มาจากการต่อสู้ของคุณ

ธวัชชัย สุวรรณสาร
                      
READ MORE - คิดถึงแต่ชัยชนะเท่านั้น

ความคิดของคนจนและคนรวย

สวัสดีครับเพื่อนๆ

     ไม่ได้ Up Date บทความซ่ะนาน เนื่องจากผมต้องไปปฏิบัิติภารกิจที่ีต่างจังหวัดครับ ผมเองก็ทำงานประจำเหมือนกับทุกท่านล่ะครับ แต่ผมก็ยังไม่ทิ้งความฝันไม่ว่าจะเป็นอิสระทางการเงิน ทางเวลา ถึงแม้ ณ ตอนนี้ผมยังจะไม่ได้สิ่งเหล่านั้นแต่ผมก็ได้เริ่มแล้วกับการทำธุรกิจเครือข่าย ที่ผมยังไม่ละทิ้งและจะทำต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้งานประจำของผมจะเหนื่อยแสนเหนื่อยอย่างไรก็ตาม

      วันนี้ผมมีวีดีโอ มาฝากเพื่อนๆ ครับเป็นวีดีโอที่ผมดูแล้วเปลี่ยนความคิดของผมไปตลอดเลยทีเดียว หากคุณที่อาจจะทำงานอยู่ เมื่อเห็นวีดีโอนี้แล้วอาจจะเปลี่ยนความคิดใหม่ กับชีวิตคุณ

      คนเราจะเป็นคนรวยหรือคนจน ง่ายมากๆ ครับเพียงแค่คุณเปลี่ยนความคิด และทัศนคติเท่านั้นครับ ความคิดและทัศนคติเป็นของเราทุกคน คุณจะรู้ว่าคนจนเอาเงินไปทำอะไรถึงยังไม่รวยสักที

READ MORE - ความคิดของคนจนและคนรวย

อย่าเพิ่งถอดใจยอมแพ้

     ผมเชื่อว่านักธุรกิจเครือข่ายหลายคนเคยท้อแท้จากการทำธุรกิจ และเมื่อเกิดความท้อแท้ความคิดในจิตใจจึงเกิดเป็นไปในแง่ลบจนทำให้คิดว่ามันคงสำเร็จได้ยาก  ทั้งๆที่ก่อนเริ่มธุรกิจเครือข่ายวาดฝันและความสำเร็จไว้อย่างดีมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม


      นั่นเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากที่อยู่ในอุตสาหกรรมธุรกิจเครือข่ายนี้ 95% ของนักการตลาดเครือข่ายล้มเหลว ถอดใจและออกจากธุรกิจนี้ไป และส่วนใหญ่ของความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในวง 3 เดือนแรกของการทำธุรกิจเท่านั้น




READ MORE - อย่าเพิ่งถอดใจยอมแพ้

พอเสียทีเถอะ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ

      วันนี้ผมมีนิทานเรื่องหนึ่งมาฝากครับรับรองถูกใจเพื่อนๆ


      มีเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งไปโบสถ์ และสวดอ้อนวอนทุกครั้งที่ไปโบสถ์ "พระผู้เป็นเจ้า ลูกเหนื่อยจริงๆ ลูกต้องการพัก ลูกต้องการถูกลอตเตอรรี่รางวัลที่หนึ่ง ลูกมีความหวังในตัวของพระองค์เหลือเกิน ว่าพระองค์ต้องนำพาสิ่งที่ลูกต้องการมาให้ลูกได้"

      และหลังจากที่ไม่ถูกรางวัลลอตเตอรี่ ชายคนนั้นก็กลับไปที่โบสน์ในสัปดาห์ต่อมาอีกครั้ง และสวดอ้อนวอนพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง  "พระผู้เป็นเจ้า เรื่องลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งที่ลูกขอไว้ ลูกได้ทำดีกับภรรยาและลูกแล้ว ลูกเลิกเหล้า เลิกบุหรี่แล้ว ลูกเป็นคนดีแล้วจริงๆ ให้ลูกได้พักเถอะ ขอให้ลูกได้ถูกรางวัลที่หนึ่งสักทีเถอะพระผู้เป็นเจ้า"

      อีกสัปดาห์ต่อมา เข้าก็ไม่รวยขึ้น และก็ไม่ถูกรางวัลลอตเตอรี่ เขาจึงกลับไปที่โบสถ์นั้นอีกครั้งหนึ่ง "พระผู้เป็นเจ้า ดูเหมือนว่าคำขอที่ลูกได้ขอพระองค์ให้ลูกถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง จะส่งไม่ไปถึงพระองค์ ลูกใช้การพูดคุยกับตัวเองในเชิงบวก การกล่าวคำพูดยืนยัน และการนึกมโนภาพด้านการเงินแล้ว ให้ลูกได้พักสักทีเถอะ ให้ลูกได้ถูกล็อตเตอรี่เสียที"

      ทันใดนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนก็เปิดออก แสงสว่างสีขาวและดนตรีแห่งสรวงสวรรค์ปกคลุมไปทั่วทั้งโบสถ์  และมีเสียงลุ่มลึกเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่า " ลูกของพ่อเอ๋ย ให้พ่อได้พักเสียที! ซื้อล็อตเตอรี่มาสักใบสิ!"

     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "อย่าได้แต่พูดและขอ ให้ลงมือทำด้วยในสิ่งที่จะสู่จุดหมายที่ตนต้องการ"


     ฉะนั้นคุณจงลงมือทำ ความสำเร็จก็จะมาสู่คุณ


แด่ความสำเร็จของคุณ

ธวัชชัย สุวรรณสาร
นักธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ที่ต้องการเห็นคุณสำเร็จ
086-6593823

READ MORE - พอเสียทีเถอะ!

กระตุ้นแรงใจในการก้าวไปสู่เป้าหมายข้างหน้า เป็นกำลังให้ทุกคนครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ

     เผอิญผมพบข้อความบางประการเหมาะมากสำหรับกระตุ้นแรงใจเพื่อให้ไปสู่จุดมุ่งหมายของชีวิต ผมว่ามีประโยชน์กับเพื่อนๆ แน่นอน ดูเลยครับผมว่าเพื่อนๆ อ่านแล้วจะมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะ สู้เว้ย! เพื่อความมั่งคั่ง เพื่อครอบครับ และความฝันที่กำลังเป็นจริง


     ที่คุณเป็นอยู่มันเป็นแรงผลักทางด้านลบมันทำให้คุณโมโหหน้ามืดจนไม่กลัวอะไร ความกลัวความลำบาก ความกลัวการเปลี่ยนแปลง ความกลัวล้มเหลว ของคุณจะลดลงมากทำให้คุณก็จะรู้สึกกระตือลือล้น มุ่งมั่นขึ้นมาได้ซักพักนึง แต่ข้อเสียของมันก็คือไม่รู้ว่ามันจะผลักคุณไปในทิศทางไหนอาจจะดีหรือไม่ดี ก็ได้ พอคุณหายโมโห หายน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกสิ่งก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง คุณจะกลับมากลัวโน่นกลัวนี่เหมือนเดิม คุณจะขี้เกียจ คุณจะมีข้ออ้างเสมอสำหรับการที่จะไม่ลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า
แต่ถ้าหากคุณใช้แรงดึงทางด้านบวกแทน นั่นก็คือ เป้าหมายที่เป็นความสุขในชีวิตของคุณเป็นตัวดีงให้คุณลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า ด้วยการตั้งเป้าหมายที่เป็นความสุขในชีวิตของคุณแล้วคิดถึงมันทุกๆวัน บอกตัวเองว่าคุณต้องการความสุขอันนี้มาก ความต้องการของคุณจะมีความแรงความเข้มข้นเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ด้วยการเติมความต้องการของคุณทุกๆวัน เมื่อแรงดึงมีมากพอคุณจะเริ่มกระตือลือล้น มุ่งมั่นพยายาม เท่านั้นยังไม่พอ คุณจะต้องลดแรงเสียดทานที่จะทำให้คุณไม่กล้าลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า มันคือความกลัว

     หากคุณสามารถลดความกลัวของคุณจนถึงขั้น Fearless ได้ คุณจะรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าคุณได้ไปถึงเป้าหมายที่เป็นความสุขในชีวิตของคุณนั้นแล้ว คุณจะรู้สึกเป็นอิสระ คุณจะพุ่งสู่เป้าหมายของคุณโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้นอีกต่อไป...



      ฉะนั้นครับเพื่อนๆ สองคำที่จะหยุดยั้งเราไ่ม่ให้ไปสู่เป้าหมายคือ "อย่า" และ "หยุด"

      เช่นกันหากจำสำเร็จต้องนำสองนี้มาร่วมกันเป็น " อย่าหยุด "

    

         การที่คนเราจะมุ่งมั่นกระตือลือล้นพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อที่จะให้ประสบ ความสำเร็จในเป้าหมายที่เราวางไว้ ก่อนอื่นเลยครับเป้าหมายคุณต้องชัดเจน คุณต้องกำหนดเป้าหมายสูงสุดที่คุณต้องการ เขียนมันออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วก็อ่านมันทุกๆวัน ตั้งแต่วันที่คุณเริ่มออกเดินทางไปสู่เป้าหมายสูงสุดของคุณ อาจจะเป็นเดือนเป็นปี คุณก็ต้องอ่านมันทุกวัน เพื่อให้คุณจดจำเป้าหมายสูงสุดของคุณได้ตลอดเวลา ในทางปฎิบัติมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปคนเรามักลดความสนใจในสิ่งที่เคยตั้งใจเอาไว้ และเพื่อให้เราจดจำมันได้คุณต้องอ่านมันทุกๆวันจนกว่าคุณจะเดินทางไปถึงเป้า หมายของคุณ ประการที่สองจัดการกับความกลัวในจิตใจของคุณ สิ่งที่ขวางกั้นไม่ให้คุณพบกับความสำเร็จได้มากที่สุดไม่ใช่อะไรอื่นมันคือ ความกลัวในใจคุณนั่นเอง ในขณะที่คุณมองเห็นเป้าหมายอยู่ไกลๆ ใจของคุณอยากที่จะเดินทางไปถึงมัน แต่อุปสรรคที่ขวางหน้ามีอยู่มากมายเหลือเกิน หลายๆคนแค่เห็นอุปสรรคก็ท้อซะแล้ว ใจมันคิดไปต่างๆนานา เช่น -ยากจริงโอกาสสำเร็จแทบไม่มีเลย ถอยดีกว่า - นี่ถ้าทำไปแล้วไม่สำเร็จขาดทุนบานเลยเงินที่อุตส่าห์สะสมมาก็หายหมดซิ ไม่เอาดีกว่า -ถ้าเราเข้าไปจีบเธอแล้วเธอจะดูถูกเราว่าไม่เจียมหรือไม่น้า เอาไว้ก่อนแล้วกัน อุปสรรคระหว่างการเดินทางมันมีมากมายหลายรูปแบบรวมทั้งความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ บางคนล้มเหลวทีเดียวก็กลัวจนไม่กล้าทำอะไร ไม่กล้าก้าวไปไหน ล้มแล้วไม่ลุก ไม่กล้าลุกขึ้นสู้อีกต่อไป ถ้าคุณจัดการกับความกลัวในใจของคุณได้ คุณจะล้มซักกี่ทีคุณก็ไม่กลัวที่จะก้าวต่อไป คุณจะลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอ คุณจะมองข้ามความล้มเหลว ความพ่ายแพ้ ความยากลำบาก ที่คุณจะต้องเจอระหว่างทางที่จะต้องเดินไปถึงเป้าหมายของคุณ ทุกครั้งที่คุณล้มคุณจะไม่โอดครวญ พร่ำบ่น เป็นทุกข์เศร้าเสียใจ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยทำให้คุณกลัว คุณจะลุกขึ้นมาสู้ใหม่ทุกครั้ง และทุกครั้งที่คุณลุกขึ้นมาใหม่คุณจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ รอบคอบขึ้นเรื่อยๆ และระมัดระวังขึ้นเรื่อยๆ และคุณจะพบกับความสำเร็จในที่สุด ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ “ อย่าละสายตาจากเป้าหมายของคุณ ลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า กล้าล้มเหลว ”



ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนก้าวไปสู่ความฝันที่เป็นจริง
READ MORE - กระตุ้นแรงใจในการก้าวไปสู่เป้าหมายข้างหน้า เป็นกำลังให้ทุกคนครับ

เพื่อนๆ ล้มเหลวมากเหมือนคนผู้นี้หรือยัง ถึงคิดยอมแพ้

สวัสดีครับเพื่อนๆ

   เพื่อนๆ ของอ่านและเดาดูสิครับว่าบุคคลที่ล้มเหลว และต่อมาสำเร็จคนนี้เป็นใคร ที่เสนอเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังท้อแท้ เนื่องมาจากความล้มเหลว อ่านชีวิตของคนผู้นี้ดูแล้ว เพื่อนๆ จะคิดว่าความล้มเหลวของเพื่อนๆ น่ะนิดเดียวเอง


ชายผู้นี้เป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่อายุได้ 6 ขวบ เขาเป็นลูกคนโตมีพี่น้องทั้งหมดสามคน แม่ผู้ซึ่งทำหน้าที่ดูแลลูกก็มีฐานะยากจนต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเลี้ยงดู ลูกไปตามสภาพ เขาเรียนหนังสือได้จนถึงอายุ 16 ปี ก็ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เขาต้องทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีการต่างๆ เขาล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าจนแทบตั้งตัวไม่ติด ตอนอายุ 17 ปี เขาแสดงความสามารถพิเศษด้วยการตกงานติดต่อกันถึง 4 ครั้ง ตอนอายุ 18 ปี เขาได้แต่งงานและมีครอบครัวมีลูกสาวที่น่ารักอีกหนึ่งคนในปีถัดมา แต่ความสุขก็อยู่กับเขาได้ไม่นาน ความไม่ได้เรื่องของเขาในการดำเนินชีวิตของเขา ทำให้ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากต้องหอบเอาลูกสาวหนีไป เพราะไม่สามารถที่จะอดทนใช้ชีวิตอยู่กับความไม่เอาไหนของเขาได้อีกต่อไป ในขณะที่เขามีครอบครัวเขาได้ทำงานเป็นพนักงานขายตั๋วรถไฟเขาก็ล้มเหลว แต่เขาก็พยายามต่อสู้กับชีวิตของเขา ด้วยการแสวงหาโอกาสดีๆให้กับตัวเอง แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็ไม่วายล้มเหลวเหมือนเดิม เขาพยายามสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพแต่ก็ถูกขับออกจากทหารในที่สุด หรือแม้กระทั่งสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนกฎหมายก็ถูกปฏิเสธอย่างไม่เป็นท่า ชีวิตของเขา.....ล้มเหลวแล้วล้มเหลวอีกกับความไม่เอาไหนของเขา ในที่สุดเขาก็ไปทำงานเป็นพนักงานขายประกัน คุณคิดว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป “ล้มเหลวไม่เป็นท่าอีกครั้ง”

แค่เริ่มต้นกับชีวิตของชายคนนี้ มันก็คงจะมองไม่เห็นอะไรดีสักอย่าง การงานก็ล้มเหลว ครอบครัวก็แตกแยก แล้วเขาจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร คุณก็คงคิดเหมือนผมว่า ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องสักอย่าง ก็อย่างว่าแหละ คนเรามันจะดีไปเสียหมดทุกเรื่องมันก็ไม่มี คนเราจะแย่ไปเสียหมดทุกอย่างมันก็ไม่ใช่ สิ่งหนึ่งที่ชายคนนี้ค้นพบ เขาพบว่า สิ่งที่เขาพอจะทำได้ดีก็คือ การทำอาหาร ดังนั้นเขาจึงไปสมัครงานเป็นพ่อครัวในร้านกาแฟเล็กๆแห่งหนึ่ง แต่นั่นก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่จะมีคุณค่าอะไรเลยกับการดำรงชีวิตของเขา

ชีวิต ของเขาดำเนินต่อไปอย่างง่ายๆ ในร้านกาแฟเล็กๆแห่งนั้น เขาไม่เคยคิดถึงอนาคตของเขา เขาไม่เคยคิดที่จะทำอะไรให้กับชีวิตที่มันดีกว่าที่เป็นอยู่ เขาเอาเวลาทั้งหมดที่ว่างจากงานเฝ้าครุ่นคิดถึงแต่ภรรยาและลูก เขาไม่ได้คิดเลยว่า..... เพราะความไม่เอาไหนของเขาเองต่างหากที่ทำให้ภรรยาและลูกของเขาต้องจากไปจาก ครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นมา เขาเพียรพยายามติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย เขายังคงเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องภรรยาและลูกสาวที่น่ารักของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง แล้วความคิดของเขาก็ตกผลึก เขาไม่ต้องการภรรยาอีกต่อไป เขาต้องการลูกสาวที่น่ารักของเขากลับคืนมาให้จงได้ ด้วยความคิดถึงลูกสาวอย่างเป็นที่สุด ก็ทำให้เขาคิดเลยเถิดไปถึงการลักพาตัวลูกสาวของเขาเอง เขาใช้เวลาว่างทั้งหมดที่ว่างจากงาน ครุ่นคิดและวางแผนไปสู่ทุกขั้นตอนที่จะลักพาตัวลูกสาวเขาอย่างไร เขาคิดทุกย่างทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ที่จะลักพาตัวลูกสาวอันแสนน่ารักของเขากลับมาสู่อ้อมกอดของเขาให้จงได้ ในที่สุดแผนการอันยาวนานก็พร้อมที่จะดำเนินการ ชายผู้นี้ด้วยวัยอันน้อยนิดยังอยู่ในวัยรุ่นเสียด้วยซ้ำ ก็เริ่มลงมือปฏิบัติการทันที เขาเฝ้าซุ่มตัวอยู่เงียบๆในพุ่มไม้ นอกบ้านของภรรยาของเขา เขาเฝ้ามองลูกสาวเล่นอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน อยู่ด้วยความสงบและเตรียมพร้อมที่จะลงมือลักพาตัว ถ้าลูกสาวเขาออกมาวิ่งเล่นในสนามหน้าบ้านเหมือนอย่างทุกวัน ที่เขามาแอบดู เขารู้สึกกังวล ตื่นเต้นทุกลมหายใจเข้าออก เขากำลังจะเป็น “อาชญากร” แค่นั่นมันก็เทียบไม่ได้กับความรักที่เขามีให้กับลูกสาวที่น่ารักของเขา อย่างสุดหัวใจ เขาเฝ้ารออย่างเงียบๆด้วยใจที่เต้นอย่างระทึกอยู่หลังพุ่มไม้ วันนี้ไม่ว่าจะต้องให้เฝ้ารออีกนานเท่าใด เขาก็จะทำให้สำเร็จให้จงได้ แต่โอ้อนิจจา..........วันนั้นลูกสาวของเขาไม่ออกมาเล่นที่สนามหน้าบ้านเลย

คุณ ลองนึกดูแม้กระทั่งความพยายามในการที่จะก่ออาชญากรรม เขาก็ยังล้มเหลว เขารู้สึกเหมือนคนที่พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา เหมือนกับชีวิตเขาถูกกำหนดมาเช่นนั้น รู้สึกเหมือนคนไม่มีค่า และเหมือนเพราะพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่า เขาจะต้องอยู่เพียงลำพังไปตลอดชีวิตกับความล้มเหลวซ้ำซาก แต่ในที่สุดเหมือนปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับเขา เขาสามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้พร้อมกับลูกสาวที่น่ารักของ เขาได้ พวกเขาก็ได้ทำงานอยู่ด้วยกันในร้านกาแฟแห่งนั้น ทำอาหารและล้างจานอยู่จนกระทั่งเขาแก่เฒ่าเกษียณตอนอายุ 65 ปี แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบลงแค่นี้ วันแรกของการเกษียณอายุ เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกของเขาจากรัฐบาล เป็นจำนวนเงิน 105 ดอลลาร์ เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจเลยแม้สักน้อย เงินที่ได้รับมันน้อยกว่าค่าจ้างที่เขาเคยได้รับในการทำงานในร้านกาแฟเสีย อีก ชีวิตเขาและภรรยาจะอยู่ได้ต่อไปอย่างไร เพราะเขาไม่มีเงินเก็บพอที่จะอยู่อย่างสุขสบายในวัยชรา เช็คฉบับดังกล่าวเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐที่ฝากมาบอกเขาว่า เขาไม่อาจจะดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้วทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือใช้ชีวิตของ เขาอยู่ไปวันๆจนกระทั่งวาระสุดท้าย ของชีวิตด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาล มันดังกึกก้องอยู่ในใจเขาตลอดเวลา เหมือกับว่า ความล้มเหลวกำลังจะมาเยือนเขาอีกครั้ง และนี่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกถูกปฏิเสธ ล้มเหลวและท้อแท้ ชีวิตของเขาได้รับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่งจนแทบตั้งตัวไม่ติดหลังจาก 65 ปีอันแสนยาวนาน กับความอ่อนล้าและอ่อนแรงเต็มที เขาบอกกับตัวเองว่า...... “ถ้ำเขาดูแลตัวเองไม่ได้ และต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแลแบบตามมีตามเกิด เขาก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป” เขาครุ่นคิดอยู่นานจนในที่สุดตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า........ “จะฆ่าตัวตาย”

ความอ่อนแรงและอ่อนล้าดูเหมือนจะซ้ำเติมชีวิต เขาอย่างไม่ยอมลามือง่ายๆ เขาท้อแท้หมดหวังจนถึงที่สุด ในที่สุดเขาก็หยิบเอากระดาษหนึ่งแผ่นพร้อมกับดินสอ เดินออกไปในสวนหลังบ้าน นั่งลงใต้ต้นไม้อย่างสงบ ตั้งใจที่จะเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรมเป็นครั้งสุดท้าย เขานั่งถอนใจอยู่สักพัก ทอดสายตามองออกไปแบบเลื่อนลอยและสิ้นหวัง

ขณะ ที่ปล่อยให้ความคิดที่จะเขียนคำสั่งเสียออกมานั้นดำเนินไปอย่างช้าๆ กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ เป็นครั้งแรกที่ชีวิตที่ทำให้เขาเกิดปัญญา

แทน ที่เขาจะเขียนคำสั่งเสียตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก เขากลับเริ่มต้นเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น สิ่งที่ชีวิตที่เขาควรจะมี และสิ่งที่เขาพึงปรารถนาในช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่ เขาตกใจมากและรู้สึกประหลาดใจอย่างไรบอกไม่ถูก เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่าเขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับ เขาเลยสักอย่าง!

เขานั่งครุ่นคิดและพิจารณาวิเคราะห์กับตัว เองอย่างจริงจังอยู่นาน มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้และทำได้ดี บางอย่างที่คนที่รอบตัวทำสู้เขาไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาค้นพบคำตอบในชีวิตเขาแล้ว ใช่! เขาตอบตัวเองอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและพลัง.....“เขารู้วิธี การปรุงอาหารเป็นอย่างดี” ชีวิตเกือบทั้งหมดของเขาอยู่ที่หน้าเตาร้อนๆมาเกือบตลอดชีวิต เขาตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้งด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมอย่างไม่เคยรู้สึกมา ก่อน แล้วในที่สุด เขาก็เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อที่ทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความ สำเร็จ เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ถ้าเขาจะตายเขาก็อยากจะตายในแบบที่ได้ลองพยายามเป็นใครสักคนที่เขาอยากจะ เป็น นั่นก็หมายถึง ความสำเร็จในชีวิตที่ใครหลายๆคนพึงปรารถนา และทำในบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่อันน้อยนิดของเขา ด้วยวัยชราที่อายุปาเข้าไป 65 ปี ไม่ใช่อุปสรรคที่จะมาขวางกั้นเขาได้เลย เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาลุกขึ้นจากโคนต้นไม้ในสวนหลังบ้าน มุ่งหน้าที่จะไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงินจำนวน 87 ดอลลาร์ จากเช็คประกันสังคมฉบับต่อไปของเขา ด้วยเงิน 87 ดอลลาร์นั้น เขาซื้อกล่องเปล่าและไก่จำนวนหนึ่ง จากนั้นเขาก็กลับไปที่บ้าน และลงมือทอดไก่ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นมันขึ้นมาในช่วงหลายปี ที่ทำงานที่ร้านกาแฟแห่งนั้น เขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาแบง่ายๆ ตามบ้านต่างๆ ในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ของเขา

แล้วชายชราที่ขายไก่ทอด อายุ 65 ปี ที่ใครบางคนก็คิดว่าเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง คนนั้นก็กลายมาเป็นผู้พันแซนเดอร์ส ราชาผู้เป็นที่รักของอาณาจักร Kentucky Fried Chicken หรือที่เรารู้จักกันในนาม KFC นั่นเอง
 



ตอนเขา อายุ 65 ปี เขาเป็นเหมือนตัวแทนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต แต่ในวัย 85 ปี เขาก็กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีผู้คนให้เกียรติเขาทั่วประเทศ

เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของ ผู้พันแซนเดอร์สเป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จที่ได้รับคำยกย่องจาก ผู้คนทั่วโลก แต่จะมีใครจะรู้บ้างไหมว่า หากที่ใต้ต้นไม้วันนั้น ผู้พันแซนเดอร์สได้ทำตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก ตำนานของไก่ทอดที่เลื่องลือไปทั่วโลกก็อย่าง KFC คงจะไม่มีให้เราได้เห็นกันทุกวันนี้ จริงอย่างที่คำกล่าวที่ว่า “ความสำเร็จกับความล้มเหลวห่างกันเพียงแค่พลิกฝ่ามือ” มันอยู่ที่ว่า คุณเลือกที่จะ.. “ล้มเหลวแต่ไม่ล้มเลิก” หรือ “ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

สำหรับผู้พันแซนเดอร์ส นั้น 65 ปี ของชีวิตที่ล้มเหลว เทียบคุณค่าอะไรไม่ได้เลยกับ 20 ปีแห่งความสำเร็จที่เขาได้รับ

แล้วชีวิตของคุณหละ ล้มเหลวมากพอหรือยัง ?


แด่ความล้มเหลวที่เป็นบทเรียนทำให้คุณแข็งแกร่งพร้อมลุกสู้ของคุณ
READ MORE - เพื่อนๆ ล้มเหลวมากเหมือนคนผู้นี้หรือยัง ถึงคิดยอมแพ้

ค้นหาโดย Google

Custom Search